พูดคุยหรือขอคำแนะนำได้ที่ Facebook Fanpage Choktireshop ครับ
วิธีหาขนาดของยางให้เหมาะสมกับล้อ
วิธีหาขนาดของยางให้เหมาะสมกับล้อ
หลาย ๆ คนคงมีคำถามอยู่บ้างว่า พอดีเรามีล้อแม็กหรือล้อเปล่าขนาดนี้แล้วเราควรจะหายางขนาดหน้ากว้างเท่าไหนจึงเหมาะสมกับล้อแม็ก
หรือล้อเปล่าที่เรามีอยู่นั่นเอง เนื่องจากล้อเปล่าที่เรามีอยู่นั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าล้อเปล่าของเรามีขนาดความกว้างเท่าใด
แน่นอนเราต้องใช้ไม้บรรทัดหรือตลับเมตรวัดนั่นเอง
โดยให้เราใช้ตลับเมตรวัดจากขอบด้านในตามรูปครับ หรือไม่ก็ดูจากกานด้านในล้อ
โดยทั่วไปแล้วจะอ่านค่าออกมาเป็นหน่วยนิ้ว เช่น 5.5 นิ้ว , 6 นิ้ว , 7 นิ้ว เป็นต้น ถ้าเราวัดหรืออ่านค่าจากก้านด้านในล้อได้เท่าไหร่ ให้เราเอาค่านั้นมาบวก 1 นิ้วไปเลยเช่น วัดได้ 5.5 นิ้ว + 1 นิ้ว ได้ 6.5 นิ้ว จากนั้นให้แปลงจากหน่วยนิ้วเป็นมิลลิเมตรโดยการเอา 25.4 ไปคูณ กับ 6.5 นิ้ว จะได้ 165.1 หรือประมาณ 165 มิลลิเมตรนั่นเอง จากนั้นเราก็หายางที่มีขนาดความกว้างใกล้เคียงกับ 165 หรือ 175 ก็สามารถนำไปใสได้ครับ
![]() |
เพียงแค่นี้เราก็สามารถไปหายางที่มีขนาดความกว้างหน้ายางให้เหมาะสมกับแม็กหรือล้อเปล่าที่เรามีอยู่ได้อย่างลงตัวและดูสวยงามอีกด้วยครับ
บทความที่เก่ากว่า บทความที่ใหม่กว่า
การสึกหรอของยางมีหลายแบบ
การสึกหรอของยางมีหลายแบบ
โดยปกติแล้วยางรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่มันจะสึกหลอไปตามอายุการใช้งาน โดยทั่วไปแล้วจะต้องสึกหรอไปอย่างเท่า ๆ กัน แต่ก็มีเรื่องเกี่ยวกับการใช้งานของแต่ละคนหรือการขับขี่ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่นใช้กับถนนราดยาง คอนกรีต ถนนดิน หรือชอบออกตัวกระชาก เบรคแบบกระชั้นชิด สิ่งเหล่านี้มันก็มีผลต่อการสึกหรอของยางเช่นกันครับ และนอกเหนือจากลักษณะการใช้งานหรือรูปแบบการขับขี่แล้ว สิ่งที่ทำให้ยางสึกหรอได้มากกว่าปกติอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความผิดปกติหรืออาการเสียหายของช่วงล่างนั่นเอง โดยที่ผมจะขอแบ่งการสึกหรอของยางออกเป็น 2 แบบดังนี้
1.การสึกหรอจากลมยางไม่เหมาะสม
1.2การสึกหรอจากการเติมลมยางมากเกินไป จะส่งผลให้หน้ายางมีความโค้งนูนมากกว่าปกติ พื้นที่สัมผัสระหว่างหน้ายางกับถนนจึงมีเพียงพื้นที่ตรงกล่างของหน้ายางเท่านั้น ทำให้ยางจะสึกหรอเฉพาะตรงกลางหน้ายาง
2.การสึกหรออันเนื่องมาจากความผิดปกติของช่วงล่าง
2.1การสึกหรอที่เกิดจากโช๊คอัพ พัง รั่ว ซึม จะส่งผลให้ล้อขณะขับขี่เกิดการกระเด้งอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หน้ายางเกิดการสึกหรอแบบเป็นบั้ง ๆ
ถ้าเราอยากใช้ยางให้คุ้มค่าที่สุด เราควรหมั่นสังเกตุรถของเราว่าการขับขี่เป็นแบบไหน รถกระเด้งจนเกินไปหรือเปล่า เติมลมยางได้เหมาะสมหรือไม่หรือโช๊คมีน้ำมันรั่วซึมหรือเปล่า ถ้ามีอาการที่กล่าวมาข้างต้นแล้วเรานำรถไปแก้ไขให้ดีขึ้น เพียงเท่านี้ยางรถยนต์ก็จะอยูกับเราอย่างคุ้มค่าแน่นอนครับ
ปะยางมีกี่แบบ
ถ้ารถยางรั่วเราจะมีการแก้ไขได้หลายวิธีครับ วิธีที่คนทั่วไปนิยมที่สุดนั่นก็คือการปะยาง แต่การปะยางกี่แบบแล้วแบบไหนที่เหมาะกับเราบ้าง
1.แบบแทงตัวหนอน
จะเป็นเส้นไหมสำหรับปะยาง มาสอดเข้ากับเหล็กใส่ตัวหนอน แล้วแทงเข้าไปในแผลที่รั่วแล้วดึงเหล็กใส่ตัวหนอนออกมา ตัวเส้นไหมก็จะไปอุดรูทำให้ยาง สามารเก็บลมได้เหมือนเดิม ข้อดีก็คือรวดเร็วขั้นตอนน้อย บางที่อาจไม่ต้องถอดล้อออกมาจาตัวรถเลยก็ได แต่ข้อเสียคืออาจจะใช้ได้ไม่นาน เพราะใช้ไปซักพักลมอาจจะซึมออกมาได้โดยเฉพาะรถที่บรรทุกหนัก เพราะฉะนั้นจึงใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อให้รถเราไปต่อได้เท่านั้น
2.สตีมร้อน
คือการใช้ยางดิบมาแปะติดกับด้านในยางของเราตรงบริเวณที่รั่วแล้วใช้ความร้อนทำให้ยางหลอมละลายติดกันโดยที่ก่อนทำต้องถอดยางออกมาจากแม็กซ์หรือล้อกระทะก่อน แล้วจกนั้นจึงทำการปะจากด้านในยางโดยใช้ความร้อน ข้อดีคือสามารถเก็บลมได้แน่นอนแม้รถบรรทุกหนักก็ตาม แต่ข้อเสียคือ ใช้เวลานาน และถ้าเจอช่างที่ทำไม่ดีหรือช่างที่ไม่มีความชำนาญก็อาจทำให้ยางรถของเราบวมจนต้องเปลี่ยนยางใหม่เลยก็ได้
3.สตีมเย็น
จะคล้าย ๆ กับสติมร้อนครับ แต่จะมีแผ่นปะยางเฉพาะแล้วแต่ขนาดแผล ก่อนทำต้องถอดยางออกมาจากแม็กซ์หรือล้อกระทะก่อน จากนั้นเจียร์ขัดยางด้านในบริเวณแผลให้เรียบแล้วทากาวลงไปให้ทั่ว ปล่อยให้กาวแห้งหมาด ๆ จากนั้นก็เอาแผ่นปะยางที่เตรียมไว้มาแปะที่แผลแล้วใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งรีดให้ทัวแล้วก็ประกอบยางเข้ากับแม็กซ์จากนั้นก็ไปเช็ครั่วดู แล้วก็เอาไปประกอบเข้ากับตัวรถ ข้อดีคือสามารถเก็บลมได้แน่นอน ไม่ต้องใช้ความร้อนทำให้ยางไม่เสียหาย แต่ข้อเสียก็คือใช้เวลาพอสมควร และถ้าเจอช่างที่ไม่มีความชำนาญก็อาจจะต้องมาแก้ไขซ้ำที่แผลเดิมก็ได้
สำหรับผมนั้นการปะยางที่กล่าวมานั้นสามารถใช้ได้ทุกวิธีครับ ขึ้นอยูกับว่าเราเจอปัญหาในสถานการณ์แบบไหน เช่นรีบด่วนหรือยางรั่วในที่เปลี่ยว ก็ควรหาวิธีที่เร็วที่สุดเช่นการแทงตัวหนอน หรือเป็นแผลที่ค่อนข้างใหญ่ก็อาจจะสติมร้อนกับร้านที่เราไว้ใจได้ หรือถ้าแผลไม่ใหญ่มากจะปะแบบสตีมเย็นก็ได้ครับ
สลับยางง่ายมากทำเองก็ได้
เนื่องจากรถที่เราใช้งานไปนาน ๆ ยางรถก็เริ่มสึกหลอออกไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่การสึกของยางรถยนต์นั้นจะไม่เท่ากันทุกล้อครับ ดังนั้นเราจึงต้องสลับยางเพื่อไม่ให้ล้อใดล้อหนึ่งสึกหล่อมากกว่าล้ออื่นจนเกินไป แต่จะสลับยางแบบไหนให้ทำตามวิธีที่ผมแนะนำได้เลยครับ


















